ไข่พะโล้โบราณ
เครื่องปรุง
ไข่เป็ด (ไข่เป็ดไม่มีเอาไข่ไก่แทนได้ค่ะ เราใช้ไข่ไก่ )
หมูสามชั้น
สามเกลอ 1 ช้อนกินข้าว (กระเทียม พริกไทย รากผักชี ตำละเอียด)
น้ำตาลปี๊บ
เกลือ
ซีอิ๊วขาว (ลืมเอาซีอิ๊วขาวโชว์ )
โป๊ยกั๊ก
อบเชย
น้ำมันพืช
เอาไข่ใส่หม้อ ใส่น้ำตามลงไป ใส่เกลือนิดหน่อย ยกขึ้นตั้งไฟแรงๆเลยค่ะ ต้มให้เดือดซักครู่นะคะประมาณ 10 นาทีหลังน้ำเดือดพอไข่สุกแล้วก็เอามาแช่น้ำเย็นไว้ก่อนนะคะพอไข่เย็นจนปอกได้แล้วก็ปอกไข่ให้ผิวเกลี้ยงๆนะคะ ต้มแล้วจะได้สวยๆ หมูสามชั้นที่ใช้ เลือกหมูที่มีเนื้อมากกว่ามันหมู ไข่พะโล้จะได้ไม่เลี่ยนเกินไป หรือบางคนชอบขาหมู จะใช้เนื้อส่วนนั้นก็ได้นะคะส่วนคนที่ไม่กินหมู จะใช้ปีกไก่แทนก็ได้
ล้างหมูให้สะอาด ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำคนที่กลัวมันหมูมากๆ อยากใช้หมูเนื้อแดงล้วนก็ตามใจหั่นหมูเป็นชิ้นโตๆนะคะดูน่ากิน
หลังจากนั้นเราก็มาตำเครื่องพะโล้กัน เริ่มจากพริกไทยขาวก่อนนะคะ ใช้ประมาณ 1 ช้อนชงกาแฟ ตำให้เป็นผงละเอียดยิบเลยนะคะพอพริกไทยละเอียดเป็นผงดีแล้วก็เอารากผักชีใส่ลงไป กระเทียมใส่ลงไปตำด้วยกันเลยค่ะถ้าจะตำให้ละเอียดเร็วๆ ก็เอาเกลือเม็ดใส่ลงไปซักหน่อย ความคมของเม็ดเกลือจะช่วยให้ตำง่ายขึ้น ต้องตำสามเกลอให้ละเอียดยิบเลยนะคะเพราะถ้าตำหยาบๆ เวลาทำไข่พะโล้แล้วเครื่องตำมันจะลอยหน้าหม้อพะโล้ ไม่สวยค่ะ ตำสามเกลอละเอียดดีแล้วก็ตักขึ้น เราใช้ประมาณนี้นะคะ 1 ช้อนกินข้าว ดอกจันทน์ (โป๊ยกั๊ก) กับอบเชย เตรียมไว้ด้วยค่ะเราเอามาห่อผ้าแล้วมัดให้แน่น เวลาเราต้มจะได้ไม่ลอยหน้า น้ำตาลปี๊บค่ะใครใช้น้ำตาลปึกก็เอามาทุบให้แตกซะหน่อยก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นจะลำบากตอนผัดเครื่องค่ะเตรียมเครื่องทุกอย่างพร้อมแล้ว มาลงมือทำกันเลย
เริ่มจากเอากระทะ หรือหม้อใบโตๆตั้งไฟ ใช้ความร้อนปานกลางนะคะ ใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย แล้วก็เอาสามเกลอลงไปผัดให้หอมผัดไปซักพักจนได้กลิ่นเครื่องตำหอมๆจะติดก้นกระทะนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ต้องตกใจแค่ระวังอย่าใช้ไฟแรงเกินไป เพราะมันจะไหม้ ทำให้กลิ่นเพี้ยนไปค่ะพอเห็นว่าสามเกลอหอมดีแล้ว ก็ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ใส่ไปประมาณ 2 ทัพพีก่อนใครไม่มีน้ำตาลปี๊บ ใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาวก็ได้ แต่ถ้าหาน้ำตาลปี๊บได้ก็จะดี เพราะรสชาติมันนุ่มนวล และกลิ่นหอมกว่าน้ำตาลทรายผัดน้ำตาลปี๊บให้เข้ากับเครื่องตำ สักครู่เดียวน้ำตาลปี๊บก็จะละลายต้องผัดเรื่อยๆนะคะ ห้ามหยุดมือเด็ดขาด ระหว่างที่ผัดนี่ห้ามทำอย่างอื่นเลยนะ เผลอแป๊บเดียวไหม้นะแล้วมันก็จะเดือดเป็นฟองแต่ไม่ต้องกลัวนะคะ มันไม่กระเด็นหรอกค่ะ ผัดไปเรื่อยๆนะน้ำตาลปี๊บจะสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องตกใจ อาจจมีควันฉุยขึ้นมาบ้าง ก็เป็นเรื่องปรกติน้ำตาลปี๊บจะเริ่มไหม้คือน้ำตาลปี๊บจะยังเหลว ไม่จับตัวเป็นก้อน และสีเข้มๆพอเราเคี่ยวน้ำตาลปี๊บได้ที่ตามที่เราต้องการแล้ว เราก็ใส่หมูลงไปเลยแล้วผัดเร็วๆให้เข้ากัน ให้สีน้ำตาลไหม้เคลือบหมูให้ทั่ว น้ำตาลอาจจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนบ้างแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ผัดหมูนานนะคะ แค่พอให้น้ำตาลเคลือบ แล้วเราก็ใส่ไข่ต้มตามลงไปเลยค่ะผัดให้เข้ากัน ให้น้ำตาลเคลือบไข่ อาจจะเคลือบไม่ทั่วเพราะน้ำตาลเป็นก้อนซะก่อนก็ไม่เป็นไรจากนั้นเราเติมน้ำเปล่าลงไปเลยค่ะ กะให้ท่วมมากหน่อย เพราะเวลาเราเคี่ยวมันจะแห้งลงอีกเอาห่ออบเชยใส่ลงไปกดให้มันจมๆลงไปหน่อยเปิดไฟแรง ให้หม้อพะโล้เดือด ไม่นานหรอกค่ะจากนั้นเราจะปรุงรสกันค่ะโดยใช้ซีอิ๊วขาวมาเป็นตัวชูรสด้วย 2 ทัพพีค่ะใส่เกลืออีกนิดหน่อย ประมาณ 1 ช้อนกาแฟชิมรสดูนะคะว่าขาดอะไรชอบกินไข่พะโล้รสไหนก็ทำตามนั้นนะคะก็ทำตามรสปากคนกินค่ะพอชิมรสได้ที่แล้วก็ปิดฝาหม้อ ลดไฟลงเหลือแค่ไฟอ่อน แล้วเคี่ยวไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไข่พะโล้ก็สุกพร้อมเสริฟ หมูเปื่อยพอดีๆหลังจากเคี่ยวไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไข่พะโล้ของเราก็สุกพร้อมกินได้แล้วค่ะ สังเกตมั้ยคะว่าถึงเราจะไม่ได้ใช้ซีอิ๊วดำเลย แต่ไข่พะโล้ของเราก็สีดำได้ ^__^”
No comments:
Post a Comment